วันนี้ฉันเจอหนังสือเล่มหนึ่ง Cobalt Blue : ความสัมพันธ์สีควันบุหรี่ โอเค ฉันไม่ได้อ่านมันหรอก แต่ชื่อมันน่าสนใจเสียจนฉันต้องไปหารีวิวมาดูว่ามันจะน่าสนใจสักแค่ไหน มันพูดถึงความคลุมเครือของความสัมพันธ์ บทสนทนาที่บอกเล่าความไม่ชัดเจนในประสบการณ์ของแต่ละความสัมพันธ์ ซึ่งคนอ่านจะต้องไปคิดวิเคราะห์ต่อกันเอาเอง แต่ชื่อมันทำให้ฉันต้องหันกลับมองความสัมพันธ์ตัวเอง ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมาะเหลือเกิน บล็อกนี้เกิดขึ้นด้วยความสัมพันธ์สีหนึ่ง และตั้งใจจะเก็บความทรงจำเอาไว้ทั้งวันที่ดีและเลวร้าย เพราะเชื่อว่าเราไม่ได้สีเดียวกันหรอก แต่แล้วฉันก็ค้นพบว่า เราต่างมีสีมากมายที่ผสมกันเหลือเกิน มากจนความทรงจำของฉัน มันมักถูกนำมาจดจำในวันที่เจ็บปวด วันที่เป็นสีเทาขมุกขมัวเสมอๆ ความรักไม่ได้เป็นสีชมพูสวยงาม ใช่ มันคงไม่มีจริง มันอาจจะดูชมพูแค่เสี้ยว จากนั้นจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง ที่ฉันคงเรียกมันว่าเป็นสีแห่งเสน่หา ช่วงเวลาแห่งความเสน่หา อาจจะเรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่พิศวาสกันที่สุด ไม่ใช่แค่โลกสดใส แต่ชีวิตเรามีแค่กันและกันจริงๆ แล้วสีม่วงมันก็จะเริ่มกลายเป็นสีเทาขมุกขมัวตามกาลเวลา ความส...
ร้องไห้มาราธอนต่อเนื่องอีกวัน ไม่เข้าใจว่า... ทำไมถึงทำความเข้าใจกันไม่ได้ ทำไมถึงเชื่อว่าไม่วันเข้าใจกันหรอก ทำไมถึงคิดว่ามันเป็นต่างความคิดต่างมุมมอง ทำไม่ถึงไม่เข้าใจว่า... เอ้อนิสัยมันขี้ลืม ก็เตือนบ่อยๆ มันไม่กะตือรือร้น อยากไปก็บอก ระบุวันมาเลย มันเป็นคนไม่ action งั้นเรา action เองก็ได้ ทำไมถึงเลือกจะปล่อยให้เราคิดเอง? พอเราลืม ก็มองว่าเราไม่สนใจ ทำไมถึงเลือกที่จะรอให้ action เอง? พอเราไม่ action ก่อน ก็กลายว่าเราไม่สนใจ ทำไมถึงเลือกที่จะไม่คุย เพราะไม่วันเข้าใจ? พอเราพยายามจะทำความเข้าใจ ทำไมไม่บอก need มา แค่ทำพูดคำเดียวว่าให้ไปหา อยากเจอ เราก็จะวิ่งแจ้นไปอย่างเร็วที่สุดแล้ว การที่ไม่ไปหา ไม่ใช่ไม่คิดถึง ไม่ใช่ไม่อยากเจอ แต่เราเองก็ไม่รู้ว่าจะไปได้ไหม ไปดีไหม ไปแล้วจะสะดวกเจอไหม ไปแล้วไปทำอะไรกันดี ไปแล้วไปเจอ 30 วิกลับก็โดนด่าว่าไม่ต้องมาก็ได้ ไปแล้วพาไปเดินห้าง ก็จะโดนว่าน่าเบื่อไหม วันๆ เดินห้าง ไปแล้วพาไปกินข้าว ก็ไม่รู้จะกินอะไร ทั้งที่ในใจฉัน พาไปแค่อยู่ด้วยกัน นอนเฉยๆ ที่สวนสาธารณะเรายังมีความสุขเลย แต่พูดไปทั้งหมดมันก็จะกลายเป็นคำแก้ตัวโง่ๆ...